เรื่องของ Samsung Galaxy Tablet

2652 สัปดาห์ ที่แล้ว - คนดู 6,640
  • เรื่องของ Samsung Galaxy Tablet  รูปที่ 1
รายละเอียด

 

Samsung เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่เน้นตลาดทางด้านแท็บเล็ตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ล่าสุด Samsung ได้ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งด้วยการส่ง Samsung Galaxy Tab 2.7.0 และ Samsung Galaxy Tab 10.1 สมาร์ทแท็บเล็ต 2 รุ่นแรกจาก Samsung ที่ทำงานระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ทำให้สมาร์ทแท็บเล็ต 2 รุ่นนี้ทำงานเร็วขึ้นด้วยระบบปฏิบัติการล่าสุด อีกทั้งยังสามารถใช้งานโทรศัพท์และวีดีโอคอลล์ได้อีกด้วย ซึ่งรุ่นที่นำมา On Test ฉบับนี้คือรุ่น Samsung Galaxy Tab 2 10.1สมาร์ทแท๊ปเล็ตที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบบนหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว

                Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ยังคงเค้าโครงคอนเซ็ปต์เดิมของ Samsung Galaxy Tab 10.1ตัวแรกไว้ครบถ้วน ไม่มีจะเป็นการออกแบบ วัสดุ ขนาดตัวเครื่อง ความบางและน้ำหนักของตัวเครื่องก็ใกล้เคียงกัน อีกทั้งการจัดวางองค์ประกอบก็เหมือนกัน มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวและสีเงิน รูปลักษณ์ทั่วไปโดยถือเครื่องในแนวนอน เริ่มจากด้านหน้าเครื่องตั้งแต่ด้านบนลงมาตรงกลางมีเลนส์กล้องดิจิทัลสำหรับใช้งาน Video Call ถัดลงเป็นหน้าจอแสดงผลจอสีระบบสัมผัส แบบ Capacitive ขนาด 10.1 นิ้ว รองรับระบบ Multi-Touch และด้านข้างหน้าจอทั้ง 2 ด้านมีช่องลำโพงสเตอริโอแบบคู่

                ผลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะสไตล์ Metallic เรียบหรู ทนทาน โดยมีเลนส์กล้องดิจิทัลอยู่ตรงกลางด้านบน ถัดลงมาตรงกลางมีตัวอักษร SAMSUNG ส่วนด้านบนเครื่องเริ่มจากซ้ายไปขวามีปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง ปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก ช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องสำหรับใส่ SIM Card และด้านท้ายเครื่องตรงกลางมีช่องเสียบสายชาร์จไฟ และสายดาต้าลิ้งค์รวมอยู่ในช่องเดียวกันแบบ Port 30 Pin และช่องไมโครโฟน

ทดลองการใช้งาน

                การใส่ SIM CRAD

                Samsung Galaxy Tab 2 10.1ออกมา 2 รุ่น คือ รุ่นที่รองรับ Wi-Fi อย่างเดียวกับรุ่น 3G + Wi-Fi ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาชายในบ้านเราดังนั้นจึงมีช่องใส่ เน็ตซิม ซึ่งช่องใส่ SIM Card จะอยู่บริเวณด้านขวาบนเครื่องถัดจากช่องเสียบหูฟังเมื่อถือเครื่องแนวนอน ให้ใช้นิ้วเปิดฝาปิดช่องใส่ SIM Card ออกมาแล้วนำ SIM Card ใส่เข้าไปในช่องตามรูปสัญลักษณ์บนฝาแล้วดันเข้าไปจนสุด หลังจากนั้นให้ปอกฝาช่อง SIM Cardกลับลงไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สำหรับขั้นตอนนี้ และ Samsung Galaxy Tab 2 10.1รุ่นนี้ยังเป็นแท็บเล็ตที่รองรับการใช้งาน เน็ตซิม ทุกคลื่นความถี่ทั้ง 850/900/1900/2100 MHz ในเครื่องเดียว สามารถใส่ SIM Card ของ AIS 3G, dtac 3G, TrueMove H, my by cat และ TOT 3G ได้ทั้งหมด โดยไม่แยกคลื่นแบบรุ่น Samsung Galaxy Tab 2 7.0

                การเปิด-ปิดเครื่อง

                ปุ่ม Power ที่ใช้ในการเปิดและปิดเครื่องรุ่นนี้อยู่บริเวณด้านขวาบนข้างเครื่องเมื่อถือเครื่องในแนวนอน ให้กดจนเครื่องสั่น 1 ครั้งแล้วปล่อยมือ เครื่องจะเปิดขึ้นมาพร้อมชื่อรุ่น Samsung Galaxy Tab 2 10.1ตามด้วยภาพกราฟฟิกแอนิเมชั่น SAMSUNGและเสียงประกอบ จากนั้นเครื่องจะทการค้นหาสัญญาณเครือข่าย ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าจอหลักพร้อมใช้งาน เมื่อเปิดเครื่องมาจะเป็นหน้าจอ Lock Screen สามารถปลดล็อคหน้าจอได้โดยใช้นิ้วแตะบนหน้าจอแล้วเลื่อนออกไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะเข้าสู้หน้าจอหลัก Home Screen พร้อมใช้งานขึ้นมา โดยกน้าจอหลักของเครื่อง มาพร้อมอินเตอร์เฟส TouchWiz UX UI ที่ทาง Samsung ได้พัฒนาขึ้นมาเองครอบตัวระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ซึ่งหน้าจอของอินเอตร์เฟสนี้ดูแล้วไม่ค่อยรู้สึกแตกต่างจากในแท็บเล็ตรุ่นเดิมของ Samsung ที่ใช้งานกันเท่าไรนัก ส่วนของ UI ต่างๆ รวมไปถึง Widgets ที่มีหารเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานเล็กน้อย และเพิ่ม Widgets ให้มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของ Mini Apps ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นพิเศษที่ติดอยู่ในอินเตอร์เฟส TouchWiz UX ซึ่งมีมาตั้งแต่บน Samsung Galaxy Tab 10.1จะมีแอพฯเพิ่มขึ้น 6 ตัว คือ Task Manager, Calendar, World Clock, Pen memo, Calculator แต่บน Samsung Galaxy Tab 2 10.1 จะสามารถแก้ไข เพิ่ม ลบ Mini Apps ได้

 

                ปุ่มกดและความเหมาะมือ

                ปุ่มกดใช้งานของแท็บเล็ตรุ่นนี้มีเฉพาะปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่องที่อยู่ด้านซ้ายบนเครื่อง เมื่อเปิดเครืองแล้วกดที่ปุ่มสามารถใช้งานได้ 5 คำสั่งคือ ปิดเสียง เปิด/ปิดการใช้งานดาต้า ใช้งานบนเครื่องบิน ปิดเครื่อง และรีสตาร์ทเครื่อง และปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง ซึ่งอยู่ถัดจากปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขและตัวอักษรนั้นจะเป็นแบบ Visual Keyboard ใช้งานบนหน้าจอแบบสัมผัส ด้านความเหมาะมือนั้น หากเคยสัมผัส Samsung Galaxy Tab 10.1 มาเมื่อได้มาลองจับ Samsung Galaxy Tab 2 10.1จะรู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องของ Galaxy Tab 2 10.1 หนากว่าตัวแรกชัดเจน โดย Samsung Galaxy Tab 10.1 มีชนาด 256.6 x 172.9 x 8.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 565 กรัม ส่วน Samsung Galaxy Tab 2 10.1นั้นตัวเครื่องมีขนาด 256.6 x 475.3 x 9.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 588 กรัม จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Tab 2 10.1จะหนาขึ้นจากเดิม 1.1 มิลลิเมตร และหนึกขึ้น 23 กรัม แต่อย่างไร Samsung Galaxy Tablet 2 10.1ก็ยังถือจับใช้งานได้ด้วยมือเดียวและใช้มืออีกข้างหนึ่งแตะบนหน้าจอเพื่อใช้งานได้อย่างสบายๆ

                คุณสมบัติการใช้งาน

                ด้านการโทร

Samsung Galaxy Tab 2 10.1รุ่นที่นำมาเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเป็นรุ่น 3G สามารถใส่ เน็ตซิมได้ + Wi-Fi ซึ่งรองรับการใช้งานโทรศัพท์ได้เต็มรูปแบบทั้งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หลังจากที่รุ่นแรกออกมาไม่รองรับคุณสมบัติด้านการโทรผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยวิธีใช้งานนั้นให้เข้าไปที่เมนู Phone ก็จะปรากฏแผงปุ่มกดตัวเลขขนาดใหญ่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอ สามารถกดหมายเลขที่ต้องการโทรออกได้ทันที และรองรับการโทรแบบเห็นหน้าผ่านเครือข่าย 3G โดยเลือกที่ Video call แล้วโทรออก พร้อมทั้งสามารถส่งข้อความได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าไปที่เมนู Message ส่วนการสนทนา นั้นจะรับฟังเสียงคู่สนทนาผ่านลำโพงเครื่อง หรือใช้ชุดหูฟังสมอลล์ทอล์ค หรือชุดหูฟังบลูทูธได้ นอกจากนี้ที่ด้านบนยังมีเมนู Logs สำหรับเช็คข้อมูลการโทรต่างๆ และเมนู Favourites รวมรายชื่อคนโปรด ส่วนการค้นหาและเพิ่มรายชื่อ อยู่ในเมนู Contacts สามารถค้นหารายชื่อได้โดยใช้นิ้วลากขึ้นลงเพื่อหารายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร หรือแตะที่ตัวอักษรขึ้นต้นชื่อ หรือพิมพ์ชื่อลงในช่อง Find contacts ด้านบน ส่วนการเพิ่มรายชื่อนั้นเลือกที่จะเก็บบันทึกลงในเครื่อง หรือในบัญชี Google โดยใส่ข้อมุลได้อย่างละเอียดครบถ้วนพร้อมทั้งสามารถตั้งกลุ่มการโทรได้ในเมนู Groups, ตั้งเบอร์โทรด่วน, โดนถ่ายรายชื่อจาก USB Storage ไปเครื่องหรือเครื่องไป USB Storage นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าแสดงรายชื่อที่มีหมายเลขโทรศัพท์ แสดงตามชื่อหรือนามสกุล ตั้งค่าเบอร์บริการและส่งรายชื่อผ่านทางบลูทูธ

ด้านการรับ – ส่งข้อความ

การรับส่งข้อความรองรับทั้ง SMS และ MMS โดนสามารถแนบไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ แนบรายชื่อใน Contacts นัดหมายในปฏิทิน และบันทึกย่อไปพร้อมกับข้อความได้ พร้อมรองรับระบบ Cut , Copy และ Paste สามารถพิมพ์ข้อความได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย และมีระบบพิมพ์ข้อความด้วยคำสั่งเสียง (รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น) ส่วนการรับอีเมล์นั้นรองรับได้หลาย Account โดนสามารถ Sync เข้ากับ Exchange E-Mail และ mail Server อื่นๆได้โดยวิธีตั้งค่าเพื่อใช้งานอีเมล์นั้น ทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ชื่ออีเมล์ แอด เดรส และใส่พาร์ดเวิร์ด แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็ใช้งานได้ทันทีพร้อมทั้งรอบรับ Push mail นอกจากนี้ยังสามารถสมัครใช้งาน Gmail หรือถ้าเคยสมัครไปแล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งมาพร้อมกับ Google Mobile Service

ด้านมัลติมีเดีย

เริ่มจากการถ่ายภาพติดตั้งกล้องดิจิทัล 2 ตัว ด้านหน้าระดับ VGA สำหรับถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอ รวมทั้งใช้งานสนทนาแบบเห็นหน้า Video Call ด้านหลังระดับ 3.2 ล้านพิกเซล เลือกโหมดถ่ายได้ทั้ง Camera และ Camaorder โดยภาพนิ่งเลือกความละเอียดสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล เลือกโหมดการถ่ายได้ 3 แบบคือ Single Shot, Smile shot และ Panorama ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ ปรับความสว่าง เลือกแอฟเฟกต์สี เลือกโหมดฉากได้ 1 แบบ ปรับสมดุลแสดงสีขาว ตั้งค่าวัดแสง และแนบพิกัดตำแหน่งแผนที่ GPS ไปพร้อมกับภาพ

                ส่วนในโหมดวีดีโดนั้น บันทึกพร้อมเสียง โดยบันทักวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด HD 1280 x 720พิกเซล พร้อมเลือกโหมดบันทึกได้ 3 แบบคือ Normal, Limit for MMS สำหรับแนบไปพร้อมข้อความ MMS และ Limit for Email สำหรับแนบไปพร้อมข้อความอีเมล์ พร้อมตั้งค่าปรับความสว่าง ตั้งเวลาบันทึกอัตโนมัติ เลือกเอฟเฟกต์สี ปรับปรุงสมดุลแสงสีขาว และตารางช่วยในการบันทึก และเมื่อถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโดเสร็จ สามารถเปิดดูได้ทันที พร้อมทั้งสามารถแชร์ไฟล์ภาพผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AllShare,  ChatON, Wi-Fi Direct, Picasa, Photo editer, Google+, บลูทูธ, ข้อความ, อีเมล์ และทางเว็บสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งสามารถเล่นภาพแบบสไลด์โชว์ แก้ไขตกแต่งภาพ และตั้งเป็นภาพประกอบรายชื่อ, ภาพบนหน้าจอ Lock Sareen และภาพพื้นหลังได้

                ส่วนคุณสมบัติมัลตีมีเดียอื่นๆ ก็มีโปรแกรม Music Player เครื่องเล่นเพลงดิจิทัล โดยรองรับไฟล์เพลงในรูปแบบ MP3, ACC AC-3, AMR, FLAC, MID, WMA, WAV, OGG สามารถค้นหาเพลงที่อยู่ในการ์ดหน่วยความจำได้จากการเลือกอัลบัม, ศิลปิน, ชื่อเพลง Playlista และประเภทของเพลง พร้อมโชว์ภาพอัลบัมปกของศิลปิน (ถ้ามี) ตั้งค่าปรับแต่งเสียง SoundAlive ได้ 15 แบบ เล่นแบบเร็วได้ 2.0 เท่า แสดงเนื้อร้อง (ถ้ามี) และตั้งเวลาปิดอัตโนมัติได้ โดยรับฟังผ่านลำโพงคู่ Dual Speakers ที่อยู่ข้องหน้าจอทั้ง 2 ด้าน, โปรแกรม Video player เครื่องเล่นวีดีโอที่รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอในรูปแบบไฟล์ MPEG4, H.264, H.263, VC-1, DivX, WMV7, WMV8, WMV9, VP8 ในรูปแบบ Full HD video playback (1080p) ที่อัตรา 30 fps รวมทั้งสามารถดูไฟล์ภาพ และวีดีโอได้ในเมนู Gallery โดยภาพนิ่งสามารถใช้นิ้วแตะย่อขยายแบบ Multi-touch และดูภาพนิ่งในแบบสไลด์โชว์ได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Photo editor สำหรับตัดต่อภาพ และโปรแกรม Video maker สำหรับตัดต่อวีดีโอมาให้ใช้งานอีกด้วย

                ด้านการเชื่อมต่อ

                เริ่มที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานด้วย Android Web Browser ผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE Class 12, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Dual-band support (2.4GHz, 5GHz) และ HSPA+ดาวน์โหลดสูงสุด 21 Mbps อัปโหลดสูงสุด 5.76 Mbps โดยแสดงหน้าเว็บไซด์ที่ใช้งานบ่อยๆ 8 เว็บ พร้อมจัดเก็บ Bookmark เว็บที่น่าสนใจ สามารถเปิดเว็บได้สูงสุด 8 หน้าต่างพร้อมกันโดยสามารถสลับไปมาระหว่างหน้าเว็บที่เปิดอยู่ได้ และซูมเข้า-ออกด้วยระบบ Multi-touch รวมทั้งค้นหาข้อความที่อยู่ในเพจได้เลือดคัดลอกข้อความบนหน้าเพจเพื่อน้ำไปใช้กับโปรแกรมอื่นๆได้ บันทึกหน้าเว็บเพจดูข้อมูลเว็บ ดาวน์โหลดข้อมูล สั่งพิมพ์หน้าเว็บ เป็นต้น รองรับ Adobe Flash ได้เต็มรูปแบบ และสามารถเชื่อมต่อสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook และ Twitter และดูคลิปวีดีโอแบบ HD ผ่าน YouTube ได้

                ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ นั้นทำได้ทั้งแบบไร้สานผ่านทาง Bluetooth 3.0 with A2DP สำหรับโอนถ่ายข้อมูล และใช้เป็นโมเด็มเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตด้วย Bluetooth Tethering, รองรับเทคโนโลยี DLNA สำหรับแชร์ไฟล์มีเดียผ่านโปรแกรม Allshare และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi Hotspot หรือใช้เป็น Mifi กับผ่านทางสายดาต้าลิ้งค์แบบ microUSB สำหรับโอนถ่ายขอมูล ใช้เป็นที่เก็บข้อมูล และใช้เป็นโมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย USB Tethering ได้ รวมทั้งมีช่องต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ Dock connector port แบบ 30 Pin และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ GPS พร้อมฟังก์ชั่น A-GPS และโปรแกรมเข็มทิศดิจิทัล และหน่วยความจำเครื่องภายในเครื่องมีขนาด 16 GB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32 GB

                ด้านคุณสมบัติพิเศษ

                คุณสมบัติพิเศษที่เด่นๆ เริ่มที่เป็นแท็บเล็ตที่ใช้ระบบ Android 4.0 Ice Cream Sandwich โดยมาพร้อมกับซีพียูแบบ Dual-Core 1 GHz ARM Cortex-A9 processor และการ์ดจอ PowerVR SGX540 ที่ทำงานได้อย่างไหลลื่น และรวดเร็ว นอกจากนี้จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งนั่นคือบริการ Readers Hub ศูนย์รวมดาวน์โหลดสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่มีทั้งหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย, บริการ Game Hub สำหรับดาวน์โหลดเกมออนไลน์, S Suggest เป็นแอพพลิเคชั่นแนะนำผู้ใช้มือใหม่ว่าควรจะลงแอพฯอะไรบ้าง มีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน และมีคะแนนนิยมให้ นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอพฯต่างๆได้ทั้งจาก Samsung Apps และ Play Store โดยทาง Samsung ประเทศไทยได้องแอพฯที่น่าสนใจพร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิเช่น Wonanal แอพฯ ที่จะช่วยค้นหาร้านอาหารรอบตัวคุณ โดยมีฐานข้อมูลร้านอาหารมากกว่า 12,000 ร้านที่เรามีทั่วกรุงเพท และหลายๆจังหวัดทั่วประเทศ และพิเศษสำหรับผู้ใช้ Galaxy Tab 2 10.1 จะได้รับโปรโมชั่นร้านอาหารผ่านแอพฯนี้ด้วย, GMM MV Hitz สำหรับดาวน์โหลดมิวสิควีดีโอจาก GMM GRAMMYได้ฟรี และ GMM Hitz

                เชิงเทคนิค

                การทดสอบฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง

                ในส่วนของการทดสองฟังก์ชั่นพิเศษในเครื่อง Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ได้ทำการทดสอบถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล เริ่มจากการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Singla shot เลือกโหมดฉากแบบ None และเลือกขนาดของภาพสูงสุด 2048 x 1536 พิกเซล โดยถ่ายในระยะใกล้ที่สุดในการ Focus กับวัตถุที่ถ่ายประมาณ 0.7 เมตร ส่วนการถ่ายภาพทั่วไปโดยรวมแล้วภาพที่ถ่ายมาอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการถ่ายวีดีโอ นั้นได้ทำการทดสอบโดยเลือกบันทึกในโหมด Normal ขนาดขงภาพสูงสุด HD 1280 x 720 พิกเซล ผลจากการทดสอบปรากฏว่าความสามารถในการบันทึกวิดีโออยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน ภาพที่ออกมาไหลลื่น และไม่มีอาการกระตุกให้เห็นเลย

                ระยะเวลาในการเปิดเครื่อง

                แบตเตอรี่ที่ใช้ในเครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ Li-ion ความจุ 7,000 mAh สามารถเปิดใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 2,300 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G และ 2,000 ในเครือข่าย 3G ใช้งานสนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 70 ชั่วโมงในเครือข่าย 2G และ 36.6 ชั่วโมงในเครือข่าย 3Gหลังทดสอบทั้งการใช้งานโปรแกรมต่างๆของเครื่อง อินเทอร์เน็ต รวมถึงดูหนังฟังเพลงถ่ายภาพ และใช้งานสนทนา ปรากฏว่าใช้งานได้ประมาณ 1-2 วัน และถ้าหากมีการเปิดใช้งานในเครือข่าย 3Gพร้อมกับเปิด Wi-Fi ควบคู่กันไปด้วยแล้วอาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นกว่าการใช้งานปกติได้ แนะนำให้เปิดใช้งานโหมด Power saving mode และปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ถ้าไม่ได้ใช้งานจะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ได้นานขึ้น

                อุปกรณ์เสริม

                ชุดอุปกรณ์พร้อมจำหน่ายที่มีอยู่ในกล่องประกอบด้วยตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab 2 10.1พร้อมแบตเตอรี่แบบ Li-ion ความจุ 7,000 mAh, สายดาต้าลิ้งค์เชื่อมต่อ microUSB, ชุดชาร์จไฟแบตเตอรี่ AC Adapter, ชุดหูฟังสเตอริโอ, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

                โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ถือเป็นสมาร์ทโฟนTablet ที่ไม่เหมือนออกแบบมาโดยไม่เน้น สเปกที่สูงมากนัก แต่ก็ใส่ลูกเล่นมาให้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความสามารถด้านบันเทิงที่มีมาให้อย่างครบครันทั้งดูหนัง ฟังเพลง ใช้งานอินเทอร์เน็ต ที่พิเศษคือ สามารถโทรออกและรับสายได้ปกติเหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป และเน้นไปที่ราคาไม่สูงมาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแท็บเล็ตที่มีคุณภาพ และครบทุกฟังก์ชั่นใช้งานสักเครื่องหนึ่งในราคาที่มีงบจำกัด